รูปหล่อโบราณ สมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494
 

ด้านหน้า รูปหล่อโบราณสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 องค์นี้หล่อในวาระแรก เนื้อหาจะออกแดง

รูปหล่อโบราณ สมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494

ในปี พ.ศ. 2494 วัดสุทัศนเทพวรารามโดยท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) ได้ดำริจัดสร้างพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดเล็กสำหรับบูชา โดยจัดพิธีเททองหล่อพระรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินดังกล่าวขึ้น 2 ครั้งด้วยกันคือ ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2494 ทำพิธีหล่อจำนวน 3,000 องค์ และในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2494 ทำพิธีหล่อเพิ่มอีก 5,000 องค์ โดยในการหล่อพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินทั้งสองวาระที่ได้กล่าวมานี้ ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) ท่านใช้ชนวนเก่าที่เหลือจากการเทพระกริ่งและพระชัยวัฒน์รุ่นต่างๆของท่าน และชนวนพระกริ่งและพระชัยวัฒน์เก่าของสมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ มาผสมลงไปในการหล่อ รูปหล่อโบราณ สมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 ครั้งนี้ด้วย

ด้านข้าง รูปหล่อโบราณสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 องค์นี้หล่อในวาระแรก เนื้อหาจะออกแดง

ลักษณะของรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทำพิธีหล่อในครั้งนี้เป็นรูปเหมือนเต็มองค์ทรงเครื่องกษัตริย์นักรบ สวมพระมาลาเบี่ยงพระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ ประทับนั่งบนพระแท่นฐาน 2 ชั้น กระแสเนื้อจะออกไปทางเขียวอมเหลือง (เทคราวแรกกระแสเดียวกับพระพุทธชินราช รุ่นเกาหลี 2493 และพระกริ่งเทโว ผิวองค์พระเมื่อผ่านการใช้หรือสัมผัสจะหลับเป็นสีน้ำตาล ส่วนรูปหล่อที่เทในคราวหลังหระแสเนื้อจะต่างกับคราวแรก คือกระแสเนื้อจะออกไปทางเหลือบเหลืองมีประกายน้ำทอง กระแสเดียวกับพระพุทธชินราชรุ่น มค.1 ด้วยบารมีของพระเจ้าตากสินมหาราช และพิธีการจัดสร้างโดยสำนักวัดสุทัศน์ฯ ย่อมเป็นเครื่องยืนยันในพุทธานุภาพเป็นอย่างดี

ด้านหลัง รูปหล่อโบราณสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 องค์นี้หล่อในวาระแรก เนื้อหาจะออกแดง

ในคราวที่เกิดสงครามอินโดจีน ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) ท่านได้แจก รูปหล่อโบราณสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 รุ่นนี้แก่ทหารที่จะออกไปรบในสงครามครั้งนี้ ซึ่งทหารทุกคนที่ได้พกบูชา รูปหล่อโบราณ สมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 ไปออกรบด้วยในคราวนั้น ต่างได้พบกับประสพการณ์เฉียดเป็นเฉียดตายกันแทบทุกนาย แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่า ทหารทุกนายไม่มีใครได้รับอันตรายจากการออกรบในสงครามอินโดจีนเลยแม้แต่คนเดียว

ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) วัดสุทัศน์

เมื่อร่วมสามปีที่แล้วผู้เขียนเคยได้พบกับคุณปู่ท่านหนึ่ง ตอนที่พบท่านนั้นท่านอายุเกือบแปดสิบปีแล้ว จะเจอท่านที่หน้ากองทัพเรือทุกต้นเดือน เพราะคุณปู่ท่านนี้ท่านจะมารับเบี้ยหวัด/บำนาญของท่านเป็นประจำทุกเดือน เจอท่านบ่อยๆก็ได้ทักทายพูดคุยกันอยู่หลายครั้งจนสนิทกับท่าน มีอยู่ครั้งหนึ่งเราคุยกันเรื่องสงครามอินโดจีน ท่านก็เล่าเรื่องให้ฟังพร้อมกับควักพระที่ห้อยอยู่ในคอออกมาให้ดู พระที่คุณปู่ห้อยนั้นเป็นรูปหล่อโบราณ สมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 รุ่นนี้ คุณปู่บอกว่า " ท่านถักลวดห้อยมาตั้งแต่ได้รับแจกพระรุ่นนี้ตอนที่ท่านต้องออกไปรบ แล้วก็ห้อยมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนพระองค์อื่นห้อยเลย เหตุเพราะรูปหล่อโบราณสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดสุทัศน์ ปี พ.ศ. 2494 องค์นี้ ได้ช่วยชีวิตท่านให้รอดตายมาหลายครั้งมาก ตั้งแต่สมัยท่านออกรบ จนท่านกลับมาประจำการที่กองทัพเรือ จนท่านปลดเกษียนอายุราชการ ท่านยังย้ำให้ผู้เขียนหามาพกบูชาติดตัวไว้ ท่านว่าหาพกไว้ไอ้หนู ปู่เห็นมากับตาในสงครามทั้งตัวปู่เองและเพื่อนๆปู่ ที่ห้อย รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน รุ่นนี้ "

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี

ประวัติการสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

หลังจากยึดกรุงศรีอยุธยากลับคืนจากพม่าได้แล้ว แต่กรุงศรีอยุธยาอยู่ในสภาพที่เกินจะซ่องแซมได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในทำเลที่ดีอีกทั้งยังเป็นเมืองขนาดเล็ก ที่มีป้อมปราการพร้อมและสามารถใช้ติดต่อค้าขายกับต่างชาติได้สะดวก พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ในวันอังคารแรม 4 ค่ำ เดือนอ้ายปีชวด จ.ศ. 1130 ตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2311จากนั้นทรงปราบปรามชุมนุมต่างๆที่เหลือสำเร็จในปี พ.ศ. 2313 ทำให้แผ่นดินกลับเป็นปึกแผ่นอีกครั้งด้วยความที่พระองค์ทรงเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทั้งหลาย และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงกอบกู้เอกราช ทางการจึงมีความคิดที่จะ "สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช " ขึ้น โดยมีการดำเนินการ 2 ระยะ คือ ระยะแรกในปี

ครูศิลป์ พีระศรี กำลังปั้นม้าทรง พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พ.ศ. 2477 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ ผู้แทนจังหวัดธนบุรีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ครั้นในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาลได้รับเรื่องมาดำเนินการโดยกำหนดให้ตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ที่ วงเวียนใหญ่ ธนบุรี โดยกรมศิลปากรได้ออกแบบมาด้วยกัน 7 แบบ ตั้งแสดงในงานรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2480 เพื่อขอมติมหาชนโดยผู้ใดชอบแบบใดก็ขอให้บริจาคทรัพย์เป็นคะแนนเสียงใส่ในตู้ซึ่งตั้งอยู่หน้าภาพนั้น การนับคะแนนเสียงนับหนึ่งชิ้นเป็นหนึ่งเสียง โดยไม่คำนึงถึงค่าของเงินผลของประชามติเลือกแบบ พระบรมรูปทรงม้าถือดาบได้คะแนนถึง 3,932 คะแนน แต่การดำเนินงานต้องชะงักลงเพราะได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่าจะได้ดำเนินการใหม่ก็เมื่อปี พ.ศ. 2491 โดยมีนายทองอยู่ พุฒพัฒน์ และนายเพทาย โชตินุชิต สมาชิกเทศบาลธนบุรี ได้ทำการรื้อฟื้นเรื่องขึ้นนี้มาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2492 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้อนุมัติเงินงบประมาณ 200,000 บาท

ครูศิลป์ พีระศรี กำลังปั้น พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของคนจริง โดยกรมศิลปากรออกแบบพระบรมรูปและพระแท่น ปั้นหล่อเรียบเรียงและจัดทำแผ่นจารึก กรมโยธาธิการตกแต่งบริเวณวงเวียนใหญ่ บริษัท สหการก่อสร้าง จำกัด สร้างแท่นฐาน พ.ศ. 2494 ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ทำการปั้นพระบรมรูปเสร็จ ทางราชการจึงจัดประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และเททองพระเศียรเป็นปฐมฤกษ์ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497

เรียบเรียงโดย แว่น วัดอรุณ



หน้าแรก กระฉ่อนพระเครื่อง
รวมรุ่นองค์พ่อจตุคามรามเทพ
รวมข้อมูลพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ
รวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั่วไทย
พุทธศิลป์ในประเทศไทย
ข่าว องค์พ่อจตุคาม
ข่าวสารพระเครื่อง
ซื้อ-ขายจตุคามรามเทพ
ซื้อ-ขายพระเครื่อง
ซื้อขายลูกปัด-หินทิเบต-ของเก่า
ถาม-ตอบเกี่ยวพระเครื่อง
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพิมพ์
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพระเครื่อง
Email
Password
 


สมัครสมาชิก | ลืมระหัสผ่าน

ตะกรุดสาริกาของู พระอาจารย์ป้อม
watnongmuang.com
  พระยอดนิยม


หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม