พระนางพญา กรุวัดดาวเสร็จ จ.สระบุรี
 
พระนางพญา กรุวัดดาวเสร็จ จ.สระบุรี
โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์

( หน้า 1/1)

พระนางพญา
กรุวัดดาวเสร็จ จ.สระบุรี
ความเป็นมาของจังหวัดสระบุรี

ตามตำนานเมืองและประวัติศาสตร์ของจังหวัดสระบุรีแต่เดิมมานั้น เข้าใจว่า
มีมาแต่สมัยแผ่นดิน ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2092 ถือได้
ว่าเป็นเมืองหนึ่งในสมัยอยุธยาเป็นราชธานี ได้ตรวจสอบที่ตัวเมืองในปัจจุบันจริงๆแล้ว
ไม่ปรากฏว่ามีโบราณสถานก่อนสมัยอยุธยา โบราณสถานของขอมที่สร้างขึ้นอยู่ใน
ตำบลอื่นหลายแห่ง จึงกล่าวได้ว่าสมัยที่ขอมเรืองอำนาจอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ท้องที่จังหวัดสระบุรีขณะนั้นคงจะเป็นป่ามาก่อน และมีทางหลวงสายหนึ่งซึ่งพวกขอม
ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมกับราชธานนี่ที่นครธมตัดผ่าน

ตัวเมืองสระบุรีเดิมที่อยู่ในท้องที่ตำบลศาลารีลาว ปัจจุบันคือตำบลเมืองเก่า
ของอำเภอเสาไห้ ครั้ง พ.ศ. 2439 ครั้งรัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้ย้ายเมืองมาตั้ง ณ
ที่ตำบลปากเหรียวจนกระทั่งทุกวันนี้
ชื่อของเมืองสระบุรี มีปรากฏในหนังสือพระ
ราชพงศาวดารเป็นครั้งแรก ในแผ่นดินสมเด็จพระมหินทราชธิราช คราวที่พระเจ้า
หงสาวดียกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคตนุต ยกกองทัพ
จากเวียงจันทร์ ลงมาช่วยไทยเดินทับเลียบแม่น้ำป่าสักลงมา พะรเจ้าหงสาวดี
ให้พระมหาอุปราช คุมทัพไปซุ่ม เพื่อคอยดีโอบอยู่ที่เมืองสระบุรี และกองทัพ
กรุงศรีสัตนาคนหุตกลับไปเมื่อ พ.ศ.2112 เมืองสระบุรีคงตั้งขึ้นก่อน พ.ศ. นี้
แต่จะตั้งขึ้นปีใดไม่ปรากฏหลักฐาน

สระบุรีจึงเป็นเมืองเก่าเมืองหนึ่ง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาอันยาวนาน และเป็นทีที่พระเจ้าแผ่นดิน
เสด็จประพาสมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบันเพราะมีรอยพระพุทธบาทและพระพุทธฉาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เคารพบูชาของ
ชาวไทยและต่างประเทศตามตำนานกล่าวว่า รอยพระพุทธบาทนี้ พรานบุญเป็นผู้พบเห็น สมเด็จทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา
(พ.ศ. 2153-2171) โปรดเกล้าฯให้สร้างมณฑปครอบเอาไว้ รวมทั้งได้สถาปนาขึ้นเป็นพระพุทธเจดีย์มหาสถาน และ
พระอารามหลวง
ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์เสด็จพระพาสหลายครั้ง เช่น พระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่, และพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจุบัน ก็เคยเสด็จประพาสจังหวัดสระบุรีอยู่เนืองๆ จึงกล่าวได้ว่าเมืองสระบุรีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มาของคำว่าสระบุรี นั้นสันนิษฐานว่าเนื่องมาจากการครั้งเมืองครั้งแรก มีบึงใหญ่เรือสระใหญ่ อยู่ใกลๆ
ตัวเมือง เมื่อตั้งขึ้นจึงเอาคำว่าสระรวมเข้ากับคำว่าบุรี มาเป็นชื่อของเมืองเสียเลยว่า "เมืองสระบุรี"
จังหวัดสระบุรี เป็นจังหวัด
ภาคกลาง เป็นชุมทางคมนาคมที่เป็นทางผ่านไปสู่ภาคสำคัญๆ ของประเทศถึง 3 ภาค มีเขตการติดต่อหลายจังหวัด เช่น ลพบุรี,
นครนายก,นครราชสีมา, ปทุมธานี, พระนครศรียุธยา การคมนาคมใช้ได้ทั้ง 3 ทาง คือ ทางรถไฟ , ทางรถยนต์, ทางน้ำป่าสัก
มีพื้นที่ทั้งหมด 2,963,250 ตารางกิโลเมตร

สระบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีวัดวาอารามทั้งเก่าแก่ และใหม่มากมาย รวมทั้งวัดร้างก็มีไม่น้อย จากสาเหตุของวัดร้างนี่เอง
ทำให้บุคคลต่างๆ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้ๆ กับวัดร้างแห่งนั้นได้พบวัตถุโบราณและของมีค่าต่างๆ อยู่เสมอมา อย่างเช่นเมื่อปี
พ.ศ. 2492 ณ ตำบลศาลารีไทย อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ได้มีชาวบ้านได้พบกรุพระเครื่องกรุหนึ่ง เป็นกรุพระที่มีชื่อเสียง
โด่งดังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องชาวสระบุรียิ่งนัก
เพราะพระเครื่องที่พบนั้นมีพุทธลักษณะคล้ายพระ
ท่ากระดานเมืองกาญจนบุรี และเมื่อปีพุทธศักราช 2498 ก็ได้พระพระนางพญา ที่วัดดาวเสด็จอีกครั้ง ลักษณะเป็นพระรูป
สามเหลี่ยมหน้าจั่วเนื้อดินเผาจำนวนนับหมื่นๆ องค์ มีพระเนื้อชินเงินจำนวนหนึ่ง สันนิษฐานว่าคงพบที่พระอุโบสถหลังเก่า
ใต้ฐานชุกชีหรือฐานพระประธาน เป็นพระสกุลช่างอยุธยาพุทธลักษณะขององค์พระคล้ายกับพระนางพญาเมืองพิษณุโลก
มีความหนาและบางใกล้เคียงกันแทบทุกองค์ มีทั้งหลังเรียบและหลังอูม พระที่มีลักษณะด้านหลังอูม ภายในจะมีตะกรุด
สาริกา 1 ดอก เพราะพบจากองค์ที่หักชำรุด บางคนสงสัยหักดูก็เคยพบตะกรุดก็มี

สาเหตุที่พบพระกรุนี้

เพราะจ่าสิบเอกเรือง ดำมาพล ทหารม้าเนื้อ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้นอนหลับและฝันไปว่ามีผู้เฝ้าทรัพย์สมบัติของ
แผ่นดินมาบอกให้ไปขุดพระเพราะได้ถูกฝังมานาน จ่าเรืองตกใจตื่นขึ้นก็ยังไม่ค่อยเชื่อความฝันนัก จึงเล่าให้ลูกเมียและ
คนใกล้ๆบ้านฟังต่างก็สนใจในคำฝันนั้นว่าจะเป็นจริงหรือไม่ จ่าเรืองเองไม่กล้าตัดสินใจที่จะไปขุดตามคำบอกเล่าของ
ผู้เฝ้าทรัพย์สมบัตินั้น ต่อเมื่อได้ฝันอีกเป็นคำรบสอง จ่าแก่จึงได้ตัดสินใจเกณฑ์พลทหารซึ่งเป็นกำลังพลที่มีสมรรถภาพ
กำลังกายเข้มแข็งในการออกแรงขุดดินจำนวน 10 คนเศษทำการขุดดินนั้นตามคำฝัน ก่อนอื่นที่จ่าแก่จะใช้พลทหารเหล่านั้น
ขุดก็ได้จุดธูปเทียนบูชาเจ้าที่เจ้าทาง และเจ้าของทรัพย์นั้นน ขณะที่ทำการขุดนั้นเป็นฤดูฝน ฝนได้ตกติดต่อกันมาแทบทุกวัน
และได้พบพระตามคำฝันนั้นทุกประการเป็นจำนวนนับเป็นหมื่นองค์ เมื่อพบแล้วก็ใส่ภาชนะเข่ง 2-3 เข่ง ทหารได้นำเอาพระ
ที่เปรอะเปื้อนโคลนตรมไปล้างน้ำตอนที่ขุดพบใหม่ๆ พระนั้นก็ละลายหลายหายไปกับตาจำนวนหนึ่ง ที่เหลือก็นำเอามายัง
บ้านแบ่งปันกันทั้งทหารและจ่า เรียกว่าการพบพระครั้งนั้นมากเป็นประวัติการณ์ ของจังหวัดสระบุรี จึงทำให้พระกรุนี้มีคุณค่า
และมีความสำคัญคู่เมืองสระบุรีก็ว่าได้ เพราะพระกรุนี้นักนิยมสะสมทุกท่าน เรียกชื่อท่านว่า "พระนางพญากรุวัดดาวเสด็จ"
วัดดาวเสด็จนั้นมีคนเก่าคนแก่เล่าสืบทอดกันมาว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีมีอุโบสถวิหาร,พระเจดีย์
สมบูรณ์แบบ ต่อมาช่วงระยะหลังได้เสื่อมโทรมลงและเป็นวัดที่ขาดการบูรณะ ทำให้ร้างไปจนสิ้น จนกระทั้งไม่เหลือแม้แต่
ซากให้เห็น มีชื่อเรียกมาก่อนว่าวัดดาวเสด็จ ก่อนที่วัดวาอารามจะสิ้นสลายหายสาปสูญ ได้มีผู้คนในละแวกนั้นเห็นแสง
พวยพุ่งสีเหลืองดังทองมีประกายแวววาว คล้ายกับผีพุ่งใต้มีรัศมีสุกปลั่งสวยงามน่าอัศจรรย์ พุ่งมาจากทิศตะวันตก มายัง
ทิศตะวันออก ตกลงยังวัดดาวเสด็จนั้น ผู้พบเห็นเชื่อว่าเป็นพระธาตุของพระพุทธเจ้าเสด็จ เพราะเหตุนี้จึงมีผู้ตั้งชื่อและเรียกขาน
วัดนี้ว่า วัดดาวเสด็จ
ตั้งแต่นั้นมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันทุกวันนี้วัดดาวเสด็จได้ถูกปฏิสังขรณ์ สร้างเป็นวัดขึ้นใหม่มีสงฆ์อาศัย
จำพรรษาอยู่ก็เป็นวัดหนึ่งที่มีทั้งอดีตและปัจจุบันคือ เคยรุ่งเรืองมาก่อนและรกร้างไป กลับมาเจริญรุ่งเรืองใหม่ในสมัย
รัตนโกสินทร์นี้ (นี่คือความเป็นมาของวัดดาวเสด็จ)

พระนางพญา กรุวัดดาวเสร็จ จ.สระบุรี
ด้านหน้า ด้านหลัง

เมื่อจ่าสิบเอกเรืองได้พระมามากต่อมาก ก็แบ่งสรรปันส่วนให้หับพรรคพวกเพื่อนฝูงและพลทหารที่ไปขุดจำนวนหนึ่งแล้ว
จ่าเรืองเองก็ได้นำไปให้เป็นของขวัญกับเจ้านายบางคนอีกด้วย จนทำให้พระกรุนี้โด่งดังยิ่งขึ้นทุกขณะในหมู่นักนิยมสะสมพระ
จนกระทั่งมีคำฮิตติดปากขึ้นมาทันทีว่า ตายกี่ชาติก็ขาดท่านไม่ไดสำหรับชาวบ้านที่ได้ข่าวคราวเรื่องการพบพระก็ได้เข้าไป
ขุดค้นและคุ้ยเขี่ยตามที่มีร่องรอยการขุดค้นกันมาก่อน และได้พบพระจำนวนที่เรี่ยราดจำนวนมากเช่นกัน (เป็นพระดินเผาทั้งหมด)

พระที่พบที่วัดดาวเสด็จในครั้งนั้นมี

- พระปรกโพธิ์ เนื้อชิน สองหน้า
- พระปรกโพธิ์ เนื้อชิน หน้าเดียวข้างเม็ด
- พิมพ์ข้างเม็ด (ธรรมดา) เนื้อชินเงิน
- มีพระนาคปรก (แบบพระชาวแปดภาคเหนือ) หรือพระแผง 21
- มีพระกำแพงหน้าอิฐปิดปากกรุ (แบบซุ้มปราสาท)
- ทีพระบูชาสมัยลพบุรี 3 องค์
- มีพระซุ้มกระรอกกระแก ศิลปสมัยลพบุรีรวมอยู่ด้วย

พระปรกโพธิ์ เนื้อชิน พิมพ์สองหน้า

ข้อแตกต่างกันระหว่างพระกรุวัดดาวและพระกรุอื่นๆ ดังนี้

ก. พระนางพญาวัดาวเสด็จเป็นพระพิมพ์ต้นดำเนิดของกรุอื่นๆ
ข. พระวัดดาวไม่มีการลงรักปิดทอง หรือล่องชาด
ค. พระนางวัดสมุหะมีขอบกว้างกว่าพระนางพญากรุอื่น
ง. พระนางพญาวัดเพชรมีการปิดทองล่องชาด
จ. พระนางวัดดาวเสด็จไม่มีขอบไรพระศก (ไม่ชัด)
ฉ. พระนางวัดซุ้ง มีขอบไรพระศก มีหน้าตาชัดเจนกว่ากรุอื่นๆ
ช. พระนางวัดดาวเนื้อหยาบส่วนวัดอื่นๆ เนื้อค่อนข้างละเอียด
ญ. พระนางทั้งหมดมีหลังอูม และหนังเรียบ (หลังอูมมีตะกรุด)
ฎ. พระนางพญาวัดดาวสีแดงราคาแพงที่สุด
ฏ. พระนางพญาทั้งหมดมีสีแดง พิกุลแห้ง สีดำ (มีน้อยมาก)
ฐ. นางพญาวัดพระบาทน้อย มีรักทองเช่นเดียวกับวัดเพชรและวัดซุ้ง เนื้อพระละเอียดเหมือนพระกำแพงเพชรนิยมมาก

พระนางพระพญาวัดดาวมีการตัดปีกไม่แน่นอน บางครั้งก็ตัดชิดขอบบางครั้งก็ตัดปีกกว้าง ไม่เป็นข้อยุติมีลักษณะคล้าย
คลึงพระนางพญาเมืองพิษณุโลก ชาวสระบุรีและนักนิยมพระจึงเรียกชื่อพระกรุดังกล่าวว่า พระนางพญากรุวัดดาวเสด็จ
จังหวัดสระบุรีนั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองสระบุรี
คนที่มีไว้ในครอบครองมากที่สุดนั้นได้แก่ คุณ สุภัทร คำภีรยศ
(ทองดี) มากที่สุด ทำงานอยู่บริษัทวิหารแดงหนังสือ พระวัดดาว เป็นพระที่แตกกรุหลังวัดสมุหะ มีลักษณะและพิมพ์เดียวกัน
แต่มีความหนาและบางไม่เท่ากันสีสรรต่างๆ ของพระคล้ายคลึงกัน(ความคมชัดต่างกัน)

สนนราคาก็ผิดแผกแตกต่างกันคือ พระนางพญาที่มีสีแดงหลังอูมราคาจะแพงที่สุด ใครมีชาวสระบุรีเขาสนใจเพราะ
เขาถือว่าเป็นเพชรเม็ดเอกที่เดียว สำหรับพระวัดสมุหะมีพระยอดขุนพล อยู่พิมพ์หนึ่งมีนักสะสมหลายคนเรียกว่า พระนาง
ขุนแผนวัดสมุหะก็มี วัดสมุหะอยู่ในเขตอำเภอเสาไห้ ตำบลเสาไห้ วัดนี้สร้างในสมัย ร.5 พระสงฆ์องค์ใดจะเป็นเจ้าคณะ
จังหวัดจะต้องไปอยู่วัดสมุหะก่อน

สำหรับวัดดาวนั้น ไม่มีหลักฐานใดๆ อ้างอิงเลยนอดจากพระเครื่องดังกล่าว เพราะได้จากท้องทุ่งนา บริเวณวัดจึงอยู่
กับทุ่งนาริมฝั่งแม่น้ำห่างจากแม่น้ำประมาณ 200 เมตร

ผู้ขุดเป็นญาติพี่น้องกับภรรยาของคุณจำนง ธรรมสุต ภรรยาของคุณจำนงเล่าให้ฟังว่า ซุ้งปรางค์เนื้อสำริดอยู่กับทายาท
ของจ่า ใครมาขอเช่าก็ไม่ยอมให้เช่า จ่าเรืองเสียชีวิตไปแล้วเกินกว่า 8 ปี

พระวัดดาวเสด็จมีญาติของจ่าคนหนึ่งนำไปกรุงเทพฯ นับเป็นปุ้งกี๋ เอาไปแจกญาติเปล่าๆ ไม่คิดมูลค่า อดีตอธิบดี
กรมราชฑัณฑ์ (คุณสนิท) ก็มีพระวัดดาวมากเช่นกัน วัดดาวเสด็จกับวัดเพชรอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเดียวกัน พระวัดเพชรแตกกรุ
เมื่อปี 2517-2518 ได้ในใจกลางพระประธานในพระอุโบสถหลังเก่า ที่ทางวัดได้ลื้อเพื่อบูรณะ (สร้างใหม่) พระที่พบ
จำนวน 100 กว่าองค์ แพร่หลายในสนามพระไม่มากนักจึงไม่ค่อยมีคนรู้ทางวัดให้ผู้มีใจบุญเช่าบูชาองค์ละ 5000 บาท
เพื่อนำเงินสร้างเสาพระอุโบสถ จนกระทั่งลุล่วงสำเร็จไปด้วยดีเพราะบารมีของพระ

พระวัดดาวเสด็จมีของแท้หรือไม่ ขอตอบว่ามี พระวัดดาวเสด็จมีของปลอมหรือไม่ขอตอบว่ามี ผู้ปลอมแปลงมีอยู่
ด้วยกันสามคนคือ จิต, สง่า,และอีกคนหนึ่งจำชื่อไม่ได้อยู่พระฉาย เป็นคนที่ทำปลอม โดยเอาศิลแลงมาบดให้ละเอียด
ผสมส่วนต่างๆ ทำเป็นรูปร่างของพระนางดาวเสด็จ เหมือนดังอาถรรพ์คนปลอมได้เกิดป่วยแทบจะเป็นอัมพาต เจ็บป่วยอยู่
ตลอดเวลา จนกระทั่งต้องจุดธูปจุดเทียนบอกเล่าเก้าสิบขอขมาอภัยสิ่งที่กระทำไปดังกล่าวนั้น เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล
โลกที่มีอยู่ให้ยกโทษให้ ผลลัพธ์ก็หายดังปลิดทิ้ง ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่การปลอมแปลงเป็นของบาปกรรม เว้นไว้แต่จะเร็ว
หรือช้าผู้เขียน พบเห็นมาหลายรายแล้ว น่าเวทนา พร้อมทั้งพวกนักขุดด้วย

อิทธิปาฎิหาริย์ดีเด่น ในทางโชคลาภ แคล้วคลาดค้าขายดี มีเสนห์ เรื่องคงกระพันไม่ค่อยพบไม่ค่อยเจอ ใครอยากได้
เป็นเจ้าของสืบเสาะหาเอาเอง สำหรับผู้ที่ดูไม่ออก ดูไม่เป็นว่าเป็นของแท้หรือของเทียมกถามคนสระบุรีดูได้ เขาจะบอกท่าน
ทันทีว่า ของแท้หรือเทียม

•••••••••••••••••••••••••
 

ศูนย์พระดอทคอม


หน้าแรก กระฉ่อนพระเครื่อง
รวมรุ่นองค์พ่อจตุคามรามเทพ
รวมข้อมูลพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ
รวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั่วไทย
พุทธศิลป์ในประเทศไทย
ข่าว องค์พ่อจตุคาม
ข่าวสารพระเครื่อง
ซื้อ-ขายจตุคามรามเทพ
ซื้อ-ขายพระเครื่อง
ซื้อขายลูกปัด-หินทิเบต-ของเก่า
ถาม-ตอบเกี่ยวพระเครื่อง
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพิมพ์
กะฉ่อน กับ สื่อหนังสือพระเครื่อง
Email
Password
 


สมัครสมาชิก | ลืมระหัสผ่าน

ตะกรุดสาริกาของู พระอาจารย์ป้อม
watnongmuang.com
  พระยอดนิยม


หน้าแรก | เว็บบอร์ด | พระเครื่อง | เพื่อน MSN | ฝากรูปฟรี | ทีวีออนไลน์ | เกมส์ | เทคโนโลยี | หนังใหม่ | คลิปวิดีโอ | เพศศึกษา | กะฉ่อนพาเที่ยว | กะฉ่อนพากิน | นางแบบ | มือถือ | ไดอารี | พิตตี้ | ทีมงานกะฉ่อน.คอม