ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )


watnongmuang.com

FAN PAGE!!

> ประกาศ: ความลี้ลับที่ไม่ลับ พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ของวิชาเข็มทอง วัดหนองม่วง(ภาค 3) ตอนที่ 1
Witwatarun
ความลี้ลับที่ไม่ลับ พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ของวิชาเข็มทอง วัดหนองม่วง(ภาค 3) ตอนที่ 1 


Advanced Member
***

กลุ่ม : ผู้ดูแลระบบ
โพสต์ : 1,020
เป็นสมาชิกเมื่อ : 29-June 07
หมายเลขสมาชิก : 3





บทความในวันนี้จะเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่ง ที่ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องจะได้นำเสนอ ความลี้ลับที่ไม่ใช่ความลับ สามารถสัมผัสได้สำหรับผู้ที่ฝังเข็มทองว่า ผู้ที่ฝังเข็มทองจะสามารถเรียกเข็มทองให้ออกมาให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าจริงหรือไม่ ซึ่งห่างจากจุดที่ถูกฝังซึ่งโดยหลักการแพทย์แล้วจะไม่สามารถเป็นไปได้เลย และยังสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์สากลด้วยฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ที่จะชี้ให้เห็นแบบจะๆ ถึงการเคลื่อนตัวของเข็มทองจากจุดที่ถูกฝัง ว่าเป็นไปได้อย่างไร บทพิสูจน์ในวันนี้จะได้เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของวิชาเช็มทอง วัดหนองม่วง วิชาโบราณที่มีตกทอดกันมานับร้อยปีของไทยเรา




วัดหนองม่วงเป็นวัดเล็กๆ แต่เป็นวัดโบราณ ที่มีอายุการสร้างวัดนับถึงปีปัจจุบันถึง 179 ปี(ซึ่งจริงๆแล้ว วัดหนองม่วงมีอายุการสร้างถึงปัจจุบันกว่า 200 ปี แต่ในที่นี้เราจะถือตามหลักฐานของกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก) วัดหนองม่วงตั้งอยู่เลขที่ 91 บ้านหนองม่วง หมู่ที่ 9 ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดหนองม่วงมีเนื้อที่ 19 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา วัดหนองม่วงสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2377 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2384 วัดหนองม่วงมีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนามตามประวัติบันทึกของวัดทั้งหมด 5 รูปคือ รูปที่ 1 พระครูเย็น รูปที่ 2 พระครูเงิน รูปที่ 3 พระครูหงษ์ จนทโร รูปที่ 4 พระครูอนุรักษ์วรคุณ(หลวงพ่อสง่า อนุปุพฺโพ เกจิจอมขมังเวทย์แห่ง จ.ราชบุรี) พ.ศ 2486 – 2540 รูปที่ 5 พระครูประภาสธรรมทัต (สนธยา ปภาสโย หรือพระอาจารย์ป้อม ทายาทแห่งวิชาเข็มทองคะนองฤทธิ์ รุ่นที่ 2) พ.ศ. 2540 -ปัจจุบัน


พระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง กำลังทำพิธีใส่เข็มทองให้กับศิษย์


ในที่นี้กะฉ่อนพระเครื่องจะขอกล่าวถึงท่านเจ้าอาวาสวัดหนองม่วงรูปปัจจุบัน คือท่านพระครูประภาสธรรมทัต หรือท่านพระอาจารย์ป้อม ทายาทแห่งวิชาเข็มทองคะนองฤทธิ์ รุ่นที่ 2 เกจิอาจารย์สายเข็มทองผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา สมถะ ถือสันโดษไม่ยึดติดกับลาภสักการะใดๆ ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องได้เดินทางมาที่วัดหนองม่วงอีกครั้ง เพื่อขอสัมภาษณ์ท่านพระอาจารย์ป้อมว่า เพราะเหตุใดเข็มทองที่ท่านพระอาจารย์ป้อม ได้ทำพิธีฝังให้กับศิษย์ผู้ศัทธาในวิชาเข็มทองนี้แล้ว ด้วยเพราะเหตุใดจึงได้เกิดปฎิหาริย์ต่างๆนาๆกับผู้ฝัง อย่างเช่นภาพเข็มทองที่ผู้ถูกฝังเข็มทอง สามารถเรียกเข็มทองให้ออกมาให้เห็นตรงหว่างคิ้วด้วยตาเปล่า และเข็มทองที่เรียกออกมานั้น ยังออกมาปรากฎให้เห็นห่างจากจุดที่ ท่านพระอาจารย์ป้อมได้ทำพิธีฝังให้ หรือจะเป็นภาพจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของคุณนิรนาม ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวของเข็มทองจากจุดที่ถูกฝังได้โดยไร้ข้อกังขา ตามภาพจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ซึ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง



พระอาจารย์ป้อม ถ่ายภาพร่วมกับศิษย์ เข็มทอง วัดหนองม่วง


ท่านพระอาจารย์ป้อม ได้กรุณาให้สัมภาษณ์กับทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องอย่างถ่อมตนว่า เข็มทองนั้นเมื่อผ่านขั้นตอนการทำและปลุกเสกแล้ว เข็มทองเหล่านั้นก็เหมือนมีชีวิต เมื่อท่านทำพิธีใส่ให้กับศิษย์ที่ศัทธาแล้ว หากศิษย์ผู้ถูกฝัง(ท่านย้ำหลายครั้ง) ประพฤติตนเป็นคนดี อยู่ในศีล อยู่ในธรรม หมั่นภาวนาหัวใจพระคาถา พุท-โธ อยู่เป็นนิจแล้ว เข็มทองเหล่านั้นก็จะสามารถเคลื่อนไหวไปมาตามร่างกายของศิษย์ผู้ถูกฝังได้เอง ท่านพระอาจารย์ป้อมยังกล่าวต่อไปอีกว่า อาตมานั้นเป็นเพียงผู้นำเสนอให้เท่านั้น ปฎิหาริย์ทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น มันขึ้นอยู่ที่ตัวศิษย์เองทุกอย่างมันอยู่ที่จิต อยู่ที่ความศรัทธา และอยู่ที่การปฎิบัติของตนเอง อาตมาเมื่อใส่ให้แล้วหากศิษย์ผู้ใส่ไม่นำไปปฎิบัติ ไม่ทำตามข้อห้ามของ ครูบาอาจารย์ ไม่หมั่นภาวนาหัวใจพระคาถา พุท-โธ แล้ว เข็มทองที่ใส่ให้ไปนั้น มันก็จะไม่ต่างอะไรกับเศษเสี้ยนที่ตำเข้าไปในเนื้อของเรา ไม่มีประโยชน์ใดๆเลยทั้งสิ้น ท่านพระอาจารย์ป้อมท่านได้อุปมาไว้ว่า ให้ศิษย์ผู้ศรัทธาและได้ทำพิธีใส่เข็มทองไปแล้ว เปรียบเข็มทองที่อยู่ในตัวเราเหมือนมีด หากเราหมั่นลับ มีดฉันใด มีดมันก็ยิ่งต้องคมฉันนั้น ก็คือถ้าศิษย์ผู้ศรัทธาหากหมั่นปฎิบัติตามข้อห้ามของครูบาอาจารย์ หมั่นภาวนาหัวใจพระคาถา พุท-โธ แล้ว เข็มทองที่ใส่อยู่ในตัวศิษย์ก็จะแสดงพลานุภาพได้เอง



ภาพพิธีใส่เข็มทองที่หน้าผาก เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจุดที่ใส่กับจุดที่เข็มทองเคลื่อนตัวจากจุดที่ฝังในภาพที
่สองและจุดที่เข็มทองได้ออกมาจากภาพที่สามบริเวณหว่างคิ้วนั้นอยู่ห่างกันอย่างมาก


จากทั้ง 3 ภาพนี้ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า เข็มทองเมื่อแรกฝังไว้ในร่างกายของเรานั้น หากผู้ถูกฝังเข็มทองประพฤติตนเป็นคนดีอยู่ในศีล อยู่ในธรรม หมั่นภาวนาหัวใจพระคาถา พุท-โธ อยู่เป็นนิจแล้ว เข็มทองเหล่านั้นก็จะมีชีวิต เข็มทองจะสามารถเคลื่อนไหววิ่งไปมาตามร่างกายของผู้ที่ถูกฝังได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ จนผู้ถูกฝังเข็มทองจะสามารถรู้สึกสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวไปมาของเข็มทองได้ แต่จะมีเข็มทองบางเล่มที่วิ่งไปแล้วไปติดอยู่ ไม่สามารถวิ่งกลับมายังจุดที่ฝังได้ อย่างเช่นเข็มทองเล่มนี้ที่ท่านผู้อ่านได้เห็นตามภาพ เวลาที่ทำพิธีใส่เข็มทองนั้นท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ท่านทำพิธีใส่เข็มทองให้ที่หน้าผาก แต่จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เข็มทองก็จะสามารถวิ่งมาที่หว่างคิ้วได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยปรกติของการเคลื่อนตัวของเข็มทองนั้น เมื่อเข็มทองวิ่งออกไปจากจุดที่ฝัง จะโดยการเรียกด้วยหัวใจพระคาถา พุท-โธ หรือจะวิ่งออกไปรับเพื่อคุ้มครองผู้ถูกฝังยามมีภัยนั้น เมื่อเข็มทองวิ่งออกไปแล้วจะต้องวิ่งกลับมายังจุดที่ถูกฝังทุกครั้งทุกเล่ม แต่ในกรณีนี้เพราะบริเวณที่เข็มทองวิ่งไปนั้นเป็นมุมโค้งของหว่างคิ้ว อยู่ระหว่างหน้าผากกับเบ้าตา เข็มทองเล่มนี้จึงวิ่งไปติดอยู่ที่หว่างคิ้ว ไม่สามารถจะวิ่งวนกลับไปยังจุดเดิมที่ถูกฝังได้ เมื่อท่านที่ฝังเข็มทองรายนี้ ภาวนาหัวใจพระคาถา พุท-โธ เพื่อเรียกเข็มทองแล้วรู้สึกสะดุดที่หว่างคิ้ว ท่านลองคลำดูจึงรู้ว่าเข็มทองวิ่งมาติดยังบริเวณดังกล่าว ท่านจึงได้ทำพิธีเรียกเข็มทองออกมาเพื่อเก็บรักษาเอาไว้บูชาต่อไป ตามภาพที่ท่านผู้อ่านได้เห็นนี้ (ป.ล.เกิดเหตุอันตรายบางอย่างกับผู้ถูกฝังรายนี้ ที่ทำให้เข็มทองต้องวิ่งออกมารับตรงบริเวณหว่างคิ้ว แต่เจ้าตัวไม่ขอเล่าเหตุการณ์นั้นในที่นี้)



ภาพฟิล์มเอ๊กซ์เรย์กะโหลกของผู้ที่ทำพิธีใส่เข็มทอง ที่บริเวณหน้าผาก หากเรานำไปเปรียบเทียบกับภาพที่กำลังทำพิธีใส่เข็มทอง จะเห็นได้ชัดถึงการเคลื่อนตัวไปทั่วบริเวณกะโหลกหน้าผากของ เข็มทอง วัดหนองม่วง ได้อย่างชัดเจนมาก


กะฉ่อนพระเครื่องได้ติดต่อไปยังนายแพทย์ท่านหนึ่ง(ขอสงวนนาม) เพื่อสอบถามถึงเหตุผลของการเคลื่อนตัวของเข็มทองในลักษณะนี้ว่า โดยหลักการแพทย์แล้วจะมีเหตุผลอย่างไรบ้าง คุณหมอท่านนี้ดูภาพเข็มทองที่ออกมาจากหว่างคิ้วและฟิมล์เอ๊กซเรย์กะโหลกที่แสดงถึงจุ
ดที่ฝังเข็มทองอยู่สักครู่ จึงกรุณาอธิบายให้ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องฟังว่า โดยปรกติแล้ววัตถุแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกายของมนุษย์นั้น ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณถูกเสี้ยนตำแล้วคุณบงออกไม่หมดหรือไม่สามารถเอาออกมาได้ ร่ายกายของคุณก็จะสร้างสารชนิดหนึ่งขึ้นมาห่อหุ้มไว้ไม่ให้สิ่งแปลกปลอมนั้นๆขยับเขย
ื้อนไปทำอันตรายอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายเรา ถ้าคุณถามว่าเข็มทองจะสามารถเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ไม๊นั้น คุณหมอท่านนี้ตอบว่าก็มีโอกาศเป็นไปได้นะ ถ้าเข็มทองฝังอยู่บริเวณที่มีมัดกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีการขยับตัวหลายๆครั้งนานๆเข้าเป็นปีๆ เข็มทองก็อาจจะไหลไปตามมัดกล้ามเนื้อได้เหมือนกันแต่ก็เคลือนตัวไปได้ไม่มากนะ สักสองสามเซนติเมตรคงพอเป็นไปได้ แต่ในกรณีการเคลื่อนตัวของเข็มทองที่บริเวณหน้าผากนั้น คุณหมออธิบายต่ออีกว่า บริเวณนี้ไม่มีมัดกล้ามเนื้อ การที่เข็มทองจะไหลหรือเคลื่อนตัวไปได้นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือถ้าจะเคลื่อนตัวจริงๆ ก็คงจะต้องเกิดจากกระทบกระเทือนหรือขยับตัวของหนังบริเวณหน้าผากนี้อย่างรุนแรงและต้
องบ่อยๆ ถึงจะขยับเคลื่อนตัวได้แต่ก็จะไม่มากนัก และต้องใช้เวลาเคลื่อนตัวหลายๆปี ถึงจะมาถึงบริเวณที่เห็นตามภาพได้ ผมดูจากบริเวณที่ถูกฝังไว้กับบริเวณที่เข็มทองหลุดออกมานั้น คุณหมอกล่าวว่าผมก็หาคำอธิบายไม่ได้เหมือนกันครับ



ภาพฟิล์มเอ๊กซ์เรย์กะโหลกของผู้ที่ทำพิธีใส่เข็มทอง ที่บริเวณหน้าผาก หากเรานำไปเปรียบเทียบกับภาพที่กำลังทำพิธีใส่เข็มทอง จะเห็นได้ชัดถึงการเคลื่อนตัวไปทั่วบริเวณกะโหลกหน้าผากของ เข็มทอง วัดหนองม่วง ได้อย่างชัดเจนมาก


และจากภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์ที่ปรากฎในบทความนี้ หากไม่มีบทสัมภาษณ์ของเจ้าของภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์นี้แล้ว บทความนี้คงจะไม่สามารถสมบูรณ์ไปได้ ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องจึงได้เดินทางไปขอพบกับท่านเจ้าของภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์รายนี้ ซึ่งท่านก็ได้กรุณาให้ความกระจ่างและอธิบายถึงการเคลื่อนตัวของเข็มทองในตัวท่านที่เ
ราได้เห็นกันตามภาพ ในที่นี้จะขอใช้นามสมมุติของท่านว่า คุณนิรนาม เพราะท่านไม่ต้องการเปิดเผยชื่อของท่าน คุณนิรนามได้กรุณาเล่าให้ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องฟังว่า



ภาพเอ๊กซเรย์กะโหลกด้านข้าง จะเห็นเข็มทองที่วิ่งมาบริเวณเกือบถึงเบ้าตาโดยไม่ทำอันตรายใดๆกับผู้ใส่อย่างไม่น่า
เชื่อ


การฝังเข็มทองนั้นมีคุณวิเศษอย่างน่าอัศจรรย์ใจ วิชานี้ดีที่ไม่เน้นในเรื่องคงกระพันชาตรี แต่จะเน้นไปทางเมตตาแคล้วคลาดและเตือนภัยมากกว่า เพราะหลวงปู่พิมพ์มาลัย ต้นตำหรับแห่งวิชาเข็มทองนี้ ท่านไม่ต้องการให้ผู้ที่ได้รับการฝังเข็มทอง เกิดความฮึกเหิมแล้วนำไปใช้ในทางที่ผิดศีลธรรม หลวงปู่พิมพ์มาลัยท่านมักจะบอกบ่อยๆ ตามคำบอกเล่าที่คุณนิรนามได้ฟังมาจากหลวงพ่อสวัสดิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหุบมะกล่ำว่า หากผู้ที่ได้รับการฝังเข็มทองไปแล้ว ประพฤติและปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรม ไม่ละเมิดกฎข้อห้ามที่ครูบาอาจารย์ให้ไว้ เมื่อถึงยามคับขันอนุภาพแห่งเข็มทอง ก็จะเตือนภัยและคุ้มครองผู้ที่ฝังเข็มทองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้
งปวงได้เอง



จากภาพนี้ให้สังเกตุที่บริเวณ หัวไหล่-ใต้รักแร้-ร่องอก-ลิ้นปี่ จะเห็นเข็มทองเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ทำพิธีฝังได้อย่างชัดเจน


คุณนิรนามได้เล่าถึงขั้นตอนการฝังเข็มทองว่า การฝังเข็มทองจะฝังได้เฉพาะในวันอังคาร,พฤหัสบดี,เสาร์,เท่านั้น ยกเว้นวันนั้นๆที่กล่าวมาข้างต้นจะตรงกับวันพระก็จะงดไม่มีการฝังเข็ม บริเวณที่ฝังเข็มทองจะมีด้วยกันห้าจุดคือ หน้าผาก,ขมับ,หน้าอก,ไหลและท้องแขน ส่วนข้อห้ามในการฝังเข็มทองมีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อคือ 1.ห้ามเตะสุนัข (เพราะหลวงปู่พิมพ์มาลัยท่านเกิดปีจอ) 2.ห้ามถ่มน้ำลายลงในโถส้วม (เพราะโถส้วมเป็นที่ต่ำ)3.ห้ามด่าบุพการี 4.ห้ามผิดภรรยาผู้อื่น 5.ห้ามพูดในขณะถ่ายหนัก-ถ่ายเบา (ทวารทั้งเก้าจะเปิดหมด)



จากภาพนี้ให้สังเกตุบริเวณใต้รักแร้ที่เข็มทองกำลังจะเคลื่นที่ไปยังบริเวณแขนและบริ
เวณหัวไหล่ที่จะเห็นเข็มทองพลิกตัวขนานกับหัวไหล่และกำลังเคลื่อนออกจากที่ฝัง


คุณนิรนามได้กรุณาอธิบายถึงฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของท่านว่า ให้สังเกตุดูที่ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของท่าน จากภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์นั้นจะเห็นได้
ถึงการเคลื่อนตัวของเข็มทองจากจุดที่ทำพิธีฝังเข็มทอง วัดหนองม่วงได้ทุกภาพนั่นก็หมายถึงว่า วิชาเข็มทอง วัดหนองม่วง
นั้นเป็นของจริงของแท้แน่นอน สามารถที่จะพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร้ข้อกังขาการฝังเข็มทองของท่านน
ั้น
จะฝังเฉพาะตามจุดทั้งห้าจุดที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ถ้าเราดูจากภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์แล้ว จะเห็นได้ว่าเข็มทองนั้นได้เคลื่อนตัวเอง
ออกจากจุดที่ฝังได้อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน อย่างไม่น่าเชื่อ
ว่าจะเกิดขึ้นได้ ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องได้ถามถึงจำนวนเข็มทองที่คุณนิรนามได้ฝังและฝังกับใครบ้าง คุณนิรนามบอกว่าเรื่องจำนวนเข็มทองที่ฝังนั้น
ท่านไม่ขอตอบ ท่านตอบแบบติดตลกว่าให้นับดูกันเอาเองจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของท่าน ส่วนท่านฝังที่ไหนบ้างนั้น คุณนิรนามบอกว่าท่านเริ่มฝังเข็มทอง
ครั้งแรกจาก หลวงพ่อสวัสดิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหุบมะกล่ำและฝังเรื่อยมาจนในปี พ.ศ. 2536 หลวงพ่อสวัสดิ์ท่านได้มรณะภาพลง


Go to the top of the page
 



บทพิสูจน์ความลี้ลับของวิชาเข็มทอง

watnongmuang.com

Lo-Fi Version ขณะนี้เวลา : 22nd September 2018 - 10:52 PM